พาเที่ยวเมืองเลย... "ภูกระดึง" สัมผัสอากาศหนาว 3วัน 2คืน ที่คุณเห็นแล้วต้องอยากไป (60ภาพ)

พาเที่ยวเมืองเลย… “ภูกระดึง” สัมผัสอากาศหนาว 3วัน 2คืน ที่คุณเห็นแล้วต้องอยากไป (60ภาพ)

14 ธันวาคม 2016 เวลา 08:15 น.
แชร์
แชร์ 9.2k
เปิดอ่าน 815 ครั้ง

ย้อนกลับไปเมื่อ 2 ปีก่อน ผมกับเเก๊งเพื่อน ได้ออกทริปร่วมกัน ซึ่งเป็นทริปแรกในชีวิตของผม ที่ๆผมกับเพื่อนเลือกที่จะไปคือ #ภูกระดึง ถ้าถามว่าทำไม ผมคงตอบว่า ผมเป็นคนที่ ชอบอากาศหนาว ชอบดูพระอาทิตย์ขึ้น พระอาทิตย์ตก ชอบดูดาว ชอบบรรยากาศที่เงียบเเละไม่วุ่นวาย ผมจึงตัดสินใจไป #ภูกระดึงเป็นครั้งที่2 ทริปนี้เดือนทางในช่วง 3-5 ธันวาคม ครับ เป็นช่วงเวลาที่ผมลุ้นมากครับ ว่าอากาศมันจะหนาวเหมือนครั้งก่อนหรือเปล่า วันที่ 1 เดินขึ้นภู จัดการเรื่องที่พัก ดูพระอาทิตย์ตกที่ผาหมากดูก วันที่ 2 ดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ผานกแอ่น เเละเดินตามเส้นทางการท่องเที่ยว วันที่ 3 เดินลงจากภู อาบน้ำ นั่งรถกลับ เรื่องราวการเดินทาง รวมไปถึงค่าใช้จ่ายทั้งหมด บรรยายใต้รูปนะครับ เพจ : การเดินทาง

 

 

ถ้าคุณชอบการเดินป่า [เหมือนเดินป่าในห้องเเอร์ 555]

ถ้าคุณชอบธรรมชาติ ที่หลากหลาย

ถ้าคุณชอบการนอนเต้น [ท่ามกลางหมู่ดาวยามค่ำคืน]

ถ้าคุณชอบเเสงของเช้าวันใหม่ หรือเเสงสุดท้ายของวัน

ผมจะเล่าให้ฟัง….

ผมเดินทางโดยใช้บริการ แอร์เมืองเลย กรุงเทพ – เลย [ลงผานกเค้า] รถออกจาก หมอชิต เวลา 21.20 ถึงผานกเค้า 05.20 ของรุ่งเช้าอีกวัน
วันที่ 1 ของการเดินทางจึงเริ่มขึ้นผมตื่นเดินโซเซลงมาจากรถ อากาสในตอนนี้ก็เเค่เย็นๆ ไม่ถึงกับหนาวมากเมื่อผมลงรถเเล้ว ผมก็ข้ามถนนไป “ร้านเจ๊กิม” ซึ่งเป็นรานข้าวเเกง มีบริการห้องน้ำฟรี ลานพักผ่อนจุดขึ้นรถสองเเถว จุดขึ้นรถกลับ กทม. จุดขายของฝาก จุดขายหมวกไหมพรม รวมอยู่ที่ร้าน เจ๊เเกหมดเลย 555
ผมรีบเข้าไปหลังร้าน เพื่อล้างหน้า แปลงฟัน เเล้วออกมากินข้าวเช้า เพื่อที่จะได้มีเเรงในการลุยในวันนี้

หลังจากกินข้าวเสร็จ ผมก็รีบเดินมาหน้าร้าน เพื่อต่อรถสองเเถวไปอุทยานเพราะยิ่งออกช้า ก็ไปถึงช้า เมื่อไปถึงช้า คุณก็จะจ้างลูกหาบช้า เเละคุณจะได้ของช้านั้นเองค่ารถสองเเถว คนละ 30 บาท ขึ้นไปรอรถ จนเต็มสิบคนรถถึงจะออกนะครับ ใช้เวลาในการนั่งรถ ประมาณ 20 นาทีตอนนั่งรถสองเเถวเข้าสู่อุทยาน เป็นอะไรที่หนาวมาก เพราะสองข้างทางเต็มไปด้วยหมอก เเละหมอก มองเห็นวิวบ้าง เเต่บางตา ประกอบกับความเร็วของรถที่ทำให้ลมพัดเข้าหาตัวเราละก็ ทำให้ผมอยากกลับห้องมานอนเลยทีเดียว จะหนาวอะไรขนาดนั้น

วันที่ 1 เวลา 06.00 น. #ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติภูกระดึง รถสองเเถวจะมาส่งคุณที่ด้านหน้าของศูนย์บริการนักท่องเที่ยว
การมาครั้งนี้ #ผมไม่ได้จองเต้นล่วงหน้า เนื่องจากโทรถามเจ้าหน้าที่ ระบุช่วงเวลาที่จะมา เจ้าหน้าที่เเจ้งกลับมาว่าไม่ต้องทำการจอง
ขั้นตอน ณ จุดนี้คือ
1.ชำระค่าเข้าอุทยานคนละ 40 บาท
2.ชำระค่าบริการในการเช่าพื้นที่กางเต้น คืนละ 30 บาท / 1 เต้น

ปล.ส่วนเต้น ถ้ามีก็นำมาเอง ถ้าไม่มี ก็ขึ้นไปเช่าเต้นของเจ้าหน้าที่อุทยาน หรือ เต้นตามร้านขายของที่มีให้บริการบนยอดภู

หลังจากผมชำระค่าเช่าพื้นที่ เเละค่าเข้าอุทยานเรียบร้อยเเล้ว ผมก็เดินตรงไปทางด้านหลังของ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว
ซึ่งจะเป็น “อาคาร รับ – ส่ง สัมภาระ”
เพื่อทำการจ้างลูกหาบ ให้ขนสัมภาระขึ้นไปให้ ค่าบริการ กิโลละ 30 บาท เศษที่เกิน ปัดเป็น 1 กิโล นะครับ
ถ้าใครถึกและบึกบึน ก็หาบเองครับ เเต่ผมคงไม่ไหว เก็บเเรงไว้ลุยพรุ้งนี้ 555

ขั้นตอนการจ้างลูกหาบหามสัมภาระ
1.ซื้อบัตรติดสัมภาระที่เจ้าหน้าที่ ที่ “อาคาร รับ – ส่ง สัมภาระ” ราคาใบละ 5 บาท [มีกระเป๋ากี่ใบซื้อตามจำนวนกระเป๋าเพราะใช้ติดที่กระเป๋าทุกใบ]
2.เมื่อคุณซื้อบัตรเสร็จเเล้ว คุณจะได้รับบัตรคิว เพื่อนำสัมภาระไปชั่ง เเละส่งให้ลูกหาบ
3.ให้เขียน ชื่อ เบอร์โทร ที่บัตรติดสัมภาระทุกใบ [ไม่ว่าคุณจะมากี่คน ให้เขียนเพียงหนึ่งชื่อเท่านั้น ต่อ 1 กรุ๊ปที่มาเที่ยวด้วยกัน]
4.เมื่อเจ้าหน้าที่เรียกคิว ให้คุณนำสัมภาระไปยังจุดเรียก เจ้าหน้าที่ทำการชั่งกิโล
5.เมื่อชั่งเสร็จเจ้าหน้าที่จะคืนหางบัตรติดสัมภาระให้คุณ เพื่อนำไปใช้เบิกของ เเละชำระเงินค่าหาบ เมื่อถึงยอดภู

วันที่ 1 เวลา 07.00 น.
เมื่อจัดการกับสัมภาระเรียนร้อยเเล้ว เมื่อใจพร้อม กายพร้อมก็ไปลุยกันเลย
ระยะทางที่จะเดินขึ้นไป 5.5 กิโลเป็นทางลาดชัน อีก 3.2 กิโลเป็นทางราบครับ
ยังไม่ทันขึ้นก็หมดเเรงซะเเล้ว ><
[ก่อนเข้า ลงชื่อด้วยนะครับ เหมือนเดิม กรุ๊ปคุณมากี่คน ลงเเค่คนเดียวครับ]

เหมือนจะมีคนขึ้นน้อย

เเต่ที่ไหนได้ ดูด้านหลังผมดิ 555 ช่วงนี้มีเเต่คนอยากหนีความวุ้นวายเข้าป่า

ในการเดินขึ้น จะมีจุดพักต่างๆ หรือที่เรียกว่าซำ การในช่วงระยะ 1 กิดลเเรกก่อนถึง ซำแฮก ทางค่อนข้างชัน ผมเริ่มเหนื่อย เเละหอบตั้งเเต่เมตรเเรกเเล้วละ ><
เเต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้เรารู้สึกเเตกต่าง จากการเดินป่าที่ลำบากคือ สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไผ่ที่เขียวฉอุ่ม และกากาศที่เย็นสบายเหมือนเดินในป่าติดเเอร์กันเลยทีเดียว [ผมนี่ชั่งจินตนาการไปซะไกลเลย 555]

ด้วยความที่สองข้างทาง เต็มไปด้วยกอไผ่ เดินมาสักระยะนึง จะมีช่องว่างออกไป ให้ผมพอได้เห็นวิว ออกไปไกลๆบ้าง เเละนี่คือสิ่งที่ผมเห้นในตอนนี้ หมอกเต็มเลย นี่ขนาดยังไม่ถึงยอดภูนะเนี่ย

เเละเเล้ว เราก็มาถึงซำแฮกครับ กิโลเมตรเเรกผ่านไปร้านค้าเต็มเลย ใครอยากจะชูกำลังด้วยอะไร ก็จัดไปเลยครับ ซำนี้ราคาของกินยังไม่ต่างจากด้านล่างมากครับ

สุขาอยู่หนได อยู่ที่ซำแฮก

ตอนนี้เวลา 08.30 #ซำกกหว้า ซึ่งเป็นซำที่สองเเล้ว ผมกับเพื่อน ยังคงเดินต่อไป โดยไม่หยุดพักไม่ใช่ไม่เหนื่อยนะ เหนื่อยหนักมากเเต่ กลัวหิว เลยไม่หยุดเเถวร้านค้า 555

หันไปเจอ น้ำลายยายไหลย้อยเลย

เหนื่อยก็พัก มีที่รักก็พอ ผมขออนุญาตนะฮะ 555

ระหว่างที่ผมมัวถ่ายรูปอยู่นั้น ไอ้พี่เพื่อนร่วมทริปของผม ก็ไปจัดมาซะเเล้ว ข้าวจี 1 กล้วยปิ้งอีก 1 เป็นอะไรที่อร่อยที่สุดเเล้ว ณ ตอนนี้

เหนื่อยเเค่ไหนก็ห้ามพัก ให้เด็กมันไปก่อน อายเด็กมัน 555

ตอนนี้เวลา 09.40 น. ผมนั่งพักอยู่ซำกกโดน ผมขอนั่งตรงนี้เพื่อพักดื่มน้ำ ตากลมเย็นๆให้เหงื่อแห้งแปป จุดพักตรงนี้จะมีช่องกว้างพอให้เรามอง วิว ยอกเขาที่อยู่ห่างออกไป หมอกหนาตามาก ถ้าหมอกน้อยกว่านี้ คงจะสวยกว่านี้เเน่เลยเเต่เท่าที่มานี่ เป็นครั้งที่ 2 มากี่ครั้งหมอกก็ยังเยอะอยู่ดี

มาถึงแล้วซำกกโดน

ถัดจากซำกกโดน ก็เป็นซำแคร่ครับ ซึ่งจะเป็นซำสุดท้ายก่อนที่จะถึงหลังเเป ตอนนี้เราเดินมา 4 กิโลกว่าเเล้ว เหลืออีก 1 กิโลเมตรโดยประมาณก็จะถึงหลังเเป
ผมก็เช่นเดิมครับ เป็นคนขี้โรค เเถมมากับเพื่อนซะด้วยไม่รู้จะอ้อนใคร ก็เลยต้องนั่งพักเอาเเรง เพื่อพิชิตอีก 1 กิโลกว่าๆ ที่เหลือประกอบกับตะคริวกินขาเดินต่อไม่ไหว 555ถ้าฝืนไปพรุ้งนี้เจ็บหนักเป็นเรื่องเเน่ อดเที่ยวเเน่นอนเลยนั่งพักกินข้าวซะที่นี่เลยเเล้วกัน

คิดอะไรไม่ออกก็ กระเพราไก่เเระกันกินข้าวเสร็จ กว่าจะหายปวดขา ก็นั่งจดโน๊ตถึงถึงทุกคนนี่เเระครับไม่ว่าผมจะมีที่นี่กี่รอบผมว่าบรรยากาศระหว่างขณะเดินทางมันมักจะมีเรื่องให้ผมอมยิ้มได้เสมอ ผมไม่ได้เข้าไปพูดคุยกับเเก๊งอื่นมากหรอกครับ ผมเป็นคนคุยไม่เก่งเเต่บังเอินเรื่องมันชอบผ่านเข้าหูผมมาอยู่เรื่อยๆ
บางคนที่มากับเเฟน ก็อ้อน ก็เกาะเเขนเดินตามกันไป ใครที่ปวดขาระหว่างทาง คนที่เดินผ่านไปมาที่ไม่เคยรู้จักกัน ก็ช่วยเหลือกันเต็มที่ ให้ยืมยานวดบ้าง
ช่วยนวดให้บ้าง ให้ยืมน้ำกินบ้าง นี่เเระครับสิ่งที่ผมรู้้สึกว่า ผมมีความสุขทุกครั้งที่ได้เห็นภาพเเบบนี้ บางกลุ่มที่มากับเเก๊งเพื่อน ก็เดินบ่นไป บ้างก็เล่าเรื่องในอดีตกันบ้าง หัวเราะกันอย่างสนุกสนานทำให้ผมอดคิดถึงการมาครั้งเเรกที่นี่กับเเก๊งเพื่อนไม่ได้ ตอนผมมาครั้งเเรกนะ ก่อนเดินขึ้นภูผมกับเพื่อนเเต่งตัวจัดเต็มมากครับ 555 คิดว่าตัวเองเดินขึ้นเทือกเขาหิมาลัยมั้งสลัด ถุงมือ หมวกใหม่พรม เสื้อกันหนาว เสื้อหนาๆ กางเกงหนาๆ เดินไม่ทันถึง 500 เมตร ถอดออกกันเกือบหมด 555 ระหว่างทางเดิน ลูกหาบมักจะโกหกนักท่องเที่ยวอยู่ตลอดเวลาครับ “จะถึงเเล้วครับ ไม่ไกลเเล้วครับ “ผมนี่นึกในใจ “อย่าหลอกผมซ้ำสอง ซ้ำสามได้มั้ยลุง”ทุกคนจะพูกกันเป็นเสียงเดียวว่า “ไม่ไกลอีกเเล้วหรา ไม่ไกลมานานละเนี่ย ยังไม่ถึงเลย”เอาละ ตอนนี้ก็ 10.30 น. ละเดินทางต่อกันเถอะ อีกกิโลกว่าๆเองอ้อระยะทาง 1 กิโล กว่าๆ ก่อนถึงหลังแป เป็นทางลาดชันมากที่สุด มีผู้คนขึ้นเเละลงเป็นจำนวนมาก ผมจังไม่สามารถเก็บภาพมาให้ดูได้ ตอนกลับลงมาถ้ามีโอกาสจะถ่ายมาให้ดูนะครับ

เฮ้ย สวัสดีหลังเเป เเละเเล้วเราก็มาถึงที่หมายจนได้จุดนี้จะเป็นจุดเเรกที่เราจะเห็นเมื่อขึ้นมาถึงหลังแป เง้อ ถึงซักที เเต่เดี๋ยวก่อน จากหลังเเป ไปถึง ลานกางเต้น มันอีก 3.2 กิโลเมตรนะครับ 555 เง้อ จะเป็นลมทั้งยืน เเต่ไม่เป็นรัย จากนี้ไปทางของเราจะราบรื่น ไม่ลาดชันเหมือนที่ผ่านมา

เค้าบอกว่าต้องมาถ่ายรูปกับต้นสนไง

ทางที่เเสนจะไกล

ชีวิตมันไม่่ง่ายขนาดนั้นครับ ท่านผู้ชม ทางราบเรียบที่ได้มา เเลกกับเเสงเเดดที่จ่อลงตรงกลางหัวแบบนี้ครับ ถ้าถามว่าร้อนมั้ย ก็ร้อน เย็นมั้ย ก็เย็นนะ ถ้ามีลมพัดมา 555

นอกจากจะเป็นเเฟนเเล้ว ยังต้องเป็นหมอนวดด้วยนะครับ ปล. ไม่รู้เป็นเเฟนกันเปล่า ผม มโนเอาเอง 555

เฮ้ยๆ ถึงเเล้วโว้ย ผมก้มลงดูนาฬิกาที่ข้อมือ ตอนนี้ 12.00 น.ซึ่งมาถึงเร็วกว่าตอนที่ผมมาเที่ยวกับเพื่อนรอบที่เเล้วอีก เร็วกว่าตั้ง 2 ชม.ไม่น่าละ ถึงว่า มารอบนี้ ผมเหนื่อยเเทบจะขาดใจตาย จะรีบเดินไปไหน 555

คุณเห็นอาคารด้านหน้านั้นไหม นั้นเเระ คืออาคารที่คุณจะไปติดต่อ เช่า หมอน ผ้าหุ่ม ถุงนอน แผ่นรองนอน #ยกเว้น เต้น ถ้าจะเช่าของเจ้าหน้าหน้าที่ ให้เดินไปเช่าตรงบริเวณจุดเบิกเครื่องนอน หรือถ้าจะเช่าของร้านค้าก็ไปติดต่อร้านค้าได้เลยครับเดินเข้าไปเลยครับ ไปต่อเเถว เพื่อเช่าเครื่องนอน

อัตราค่าเช่า
– ถุงนอน 30 บาท/คืน
– แผ่นรองนอน 20 บาท/คืน
– หมอน 10 บาท / คืน
– ผ้าห่มใหญ่ 50 บาท /คืน
– ผ้าห่มเล็ก 30 บาท / คืน

เมื่อคุณได้ใบเสร้จชำระค่าเครื่องนอนเเล้ว ให้คุณเดินออกมาทางด้านหลังของอาคาร จะเป็นอาคารเบิกชุดเครื่องนอน เเละเป็นจุดเช่าเต้นของเจ้าหน้าที่อุทยาน
อัตราค่าเช่าเต้น 100 บาท / คืน

เมื่อเบิกชุดเครื่องนอนเสร็จ และติดต่อเรื่องเต้นเสร็จเเล้ว ให้เราไปเดินเลือกพื้นที่เพื่อกางเต้นได้เลยครับ เเล้วจะมีเจ้าหน้าที่ไปกางเต้นให้

เมื่อจัดการเรื่องที่นอนเสร็จเเล้ว เราก็ไปจัดการเรื่องสัมภาระที่จ้างลูกหาบมาครับ สามารถมารอรับได้ที่อาคารรับ ส่ง สมัภาระซึ่งอยู่ตรงข้ามกับ จุดเบิกชุดเครื่องนอน อย่าลืมเอาหางบัตรเพื่อไปรับของเเละจ่ายเงินให้ลุกหาบนะครับเมื่อผมรับของเสร็จเเล้ว เพลียร่างมาก กลับไปสลบที่เต้นยาวๆไป

ผมนอนเก็บเเรงได้สักพักนึง รู้สึกตัวอีกทีก็ ห้าโมงเย็นเเล้ว ไหนๆก็มาถึงละ อย่ามัวเเต่นอนเลย เดินไปดูพระอาทิตย์ ตกที่ผาหมากดูกกันดีกว่า
จากลานกางเต้น ไป ก็ระยะทางประมาณ 2 กิโล มานั่งริมผา ให้ลมเย็นๆพัดใส่หน้า ฟังเสียงลมที่เหมือนกับเสียงคลื่นซัดฝั่งตลอกเวลา ผมชอบบรรยากาศเวลานี้มากเลย มันรู้สึกสงบ ปล่อยวางเอามากๆเลยละครับ ท้องฟ้าค่อยๆ มืดลง จากลมเย็นๆ ก็ค่อยๆเปลี่ยนเป็นอากศที่หนาวขึ้น ผมกับเพื่อนเลยรีบเดินกลับเต้นก่อนที่จะหนาไปมากกว่านี้
ก่อนจะเดินกลับเต้น อากาศหนาวเเบบนี้ มีของติดไม้ติดมือกินระหว่างทางก็คงจะดีไม่น้อยข้าวเหนียวปิ้ง กับใข่ปิ้ง ร้อนๆ ตอนนี้ เป็นอะไรที่อร่อยที่สุดเลยละตอนนี้ 555ผมก็เดินไป กินไป ถามว่ามืดมั้ย ก็มืดครับ ไฟฉายก็ไม่เอามา อาศัยเดินตามหลังคนื่นเอาครับระหว่างทางเดินกลับ ก็มีกลุ่มที่เที่ยวโดยการปั่นจักรยานปั่นผ่านไปเป็นระยะๆ ตอนกลางคืน จักรยานเเต่ละคัยก็จะมีไฟคนละดวง ตอนกลางคืนนะ ดวงไฟพวกนี้ก็ต่อๆกันไปดวงไปยาวๆ สวยไปอีกแบบเพราะตอนอยู่ไกลๆ ก็มองไม่เห็นหรอกครับ ว่าจักรยาน เห็นเเต่ดวงไฟต่อกันเป็นสายยาว
หลังจากที่ผมกลับมาถึงเต้นเเล้ว ผมก็ไปกินข้าว ระหว่างกินข้าวนั้น ก็ชาร์จแบตมือถือ เเบตกล้อง ที่ร้านข้าวด้วยเลย ชาร์จฟรีครับ เเละปิดท้ายการกินด้วยปาท๋องโก๋ อ้วนไปอีก >< เสร็จเเล้วก็รีบเข้านอนครับ พรุ้งนี้เรามีนัดกันตั้งเเต่ ตี 5
เเละเเล้ว ตี 5 ก็มาถึง ผมตื่นมาเพราะเสียงเต้นข้างๆเค้าตื่นกันหมดเเล้วรีบไปล้างหน้าเเปลงฟัน สำหรับใครที่จะไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ผานกแอ่น จะต้องไปพร้อมกับเจ้าหน้าที่ โดยไปรวมตัวกันที่หน้าอาคารศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ครับผมกับเพื่อนไปสายหน่อย คนอื่นเค้าเดินล่วงหน้ากันไปเเล้วผมกับเพื่อนเลยเร่งฝีเท้าเพื่อที่จะได้ไปอยู่ตำแหน่งหน้าสุดจะได้เก้บภาพสวยๆมาฝากทุกคนไง หนาวก็หนาวไฟฉายก็ไม่มี ไม่อยากจะคิดถ้าหากเดินไปสะดุดอะไรเข้า 555 บรรยากาศรอบๆผมตอนนี้ มีเเต่คนนั่งเหน็บหนาว ตั้งหน้าตั้งตารอเเสงเเรกของวันกันอย่างใจจดใจจ่อ

เมื่อมาถึง สิ่งที่เห็นคือ หมอก เเละก็หมอกครับ หมอกลงหนักมากจนเเทบจะมองวิวเเสงไฟด้านล่างไม่เห็น เวลาหมอกบัง ก็เหมือนกับคนด้านล่างพร้อมใจกันปิดไฟ 555เวลาหมอกจางลงผมก็เเทบจะกดชัตเตอร์ไม่ทัน หมอกก็ปิดวิวอีกเเล้วถ่ายได้มาเท่านี้จริงๆ

รอจนถึง เจ็ดโมงเช้า ยังไม่เห็นเเสงดวงอาทิตย์เลย กะว่าจะถ่ายวิว เเล้วเดินกลับเต้น เเต่อยู่ๆ ก็มีเเบบเข้ามาในเฟรมซะงั้น เทอ Live สด อยู่ด้วยขี้เกียจกวน เลยถ่ายเทอมาเเทนซะเลย เเยกไม่ออกว่า อันไหนสวยกว่ากัน ระหว่าง วิว กับ คน วิวน่ารักดีเนอะ 555

ทางเดินกลับจากผานกแอ่น ไปเต้น สองข้างทางนี่มันมีอะไรนะ

ระหว่างทางกลับก็เเวะไปไหว้พระสักหน่อย

 

ตอนเช้าเเถวเต้นเงียบมาก

ตัดภาพมาที่ร้านข้าวครับ 555 คึกคักอะไรขนาดนั้น เเต่ละคน มาเตรียมตัวกินข้าว กอ่นจะออกเดินทางครับ

อาหารขั้นต่ำราคาอยู่ที่ จานละ 60 ครับ สำหรับวันนี้ ถ้าใครกลัวหิว ให้พกอาหาร กับ น้ำดื่มติดตัวไปด้วยนะครับหรือถ้าไหว ก็ค่อยไปกินที่ผาหล่มสักเลยก็ได้ครับ

ตอนนี้เวลา 09.00 น ได้เวลาออกเดินทางไปกันเถอะวันนี้เราจะเดินทางกันประมาณ 10 กิโล น่าจะได้ผมประมาณเอานะครับ เเต่ไม่ต่ำไปกว่านี้เเน่ๆเพราะตอนเช้าไปดูพระอาทิตย์ขึ้น ที่ผานกแอ่น ไปกลับ ก็ 4 กิโลเมตรละเป้าหมายในวันนี้คือ เราต้องเดินไปให้ถึง ผาหล่มสัก ก่อนพระอาทิตย์ตกให้ได้ เพราะเป็นจุดที่ดูพระอาทิตย์ที่สวยที่สุดละ เอ้าเดินสิครับ รออัลไล

เดินมา 30 นาที ก็มาถึงน้ำตกถ้ำใหญ่เเล้วละครับ นี่คือชั้นบนของน้ำตกครับ น้ำน้อย เเต่น้ำใส เเละเย็นจัดมากๆๆๆๆๆ

ถ้ามาในช่วงมกรา จะมีใบเมเปิ้ลหล่นเเดงเต็มพื้นไปหมดเลยละครับเเต่ช่วงตั้นเดือนธันวา ยังมีให้เย็นน้อยอยู่ด้วยความสวยของน้ำตกเเล้วมันจะล่อลวงให้คุณเดินลงมา ชั้นล่างที่ลึกลงมามาก เมื่อคุณจะเดินขึ้นกลับ คุณต้องตกใจเลยละ

เส้นทางที่เราเดินในวันนี้จะมีความหลากหลายมาก บางช่วงก็เป็นดินทรายขาวละเอียด บางช่วงก็เป็น ลำธารเล็กๆ บางช่วงก็เป็นทางเเฉะๆ พอประมาณ
บางช่วงก็เป็นป่าทึบๆ บางช่วงก็เป็นทุ่งหญ้ากว้างๆเเต่ทุกช่วง จะมีความสวยงาม ในแบบของมัน เเละมีลมหนาวพัดผ่านตลอดเวล
จุดต่อมาเป็นสระอโนดาดครับ ซึ่งส่วนมาก ผู้คนจะมานั่งพัก นอนพักกันที่นี่ใครอยากผ่อนคลายก็มานั่งเเช่เท้าที่นี่ได้ครับ น้ำเย็นมาก ช่วยผ่อนคลายได้เยอะ
ผู้คนส่วนใหญ่มีกจะพักกินข้าวเที่ยงกันที่นี่ ก่อนที่จะเดินต่อไปเเต่ตอนนี้คนเยอะเกินไปผมกับเพื่อนจึงค่อยไปพักเอาข้างหน้าที่คนน้อยกว่านี้จะดีกว่า
วิวทางผ่าน
ถัดมาจะเป็นน้ำตกสอเหนือนะครับ เเต่ผมไม่ลงไปด้านล่าง ปวดขาขี้เกียจปีน 555 ดูเวลาตอนนี้ก็เที่ยงครึ่งเเล้ว ผมกับเพิ่ลเลยตัดสินใจนั่งพัก ดื่มน้ำกันซะทีนี่ นั่งดูน้ำไหล เพลินตาดีครับเเมเย็นสบายด้วย
บ่ายโมงผมเริ่มออกเดินทางต่อผมเห็นป้าคนนี้เดินเร็วมาก ก็เลยคุยกับเพื่อนว่า สงสัยจะมาคนเดียวมั้งสักพักผมก็เดินตามป้าเเกทัน ป้าเค้าหันหลังมาพูดกับผมว่า เดินอย่างเดียวไม่ได้ดูอะไรเลยผมเลยถามกลับไปว่า ป้ามาคนเดียวหราครับป้าตอบว่า ป่าว มาหลายคน เเต่เดินอยู่ข้างหลัง ป้าหิว ก็เลยรีบเดินมาก่อน ผมคุยกับป้าอยู่แปปนึงก็รีบเดินนำหน้าป้ามาก่อน ไม่ใช่เพราะผมเดินเร็วหรอกครับ เเต่เป้นเพราะผมหิวมากกว่าป้าต่างหาก 555
ผลจากการเร่งฝีเท้าอย่างว่องไว ผมก็มาถึงร้านข้าวที่ผาหล่มสัก ตอนนี้ก็เป็นเวลา 13.40 น. มาถึงก็รีบสั่งอย่างไวเลย กระเพราไก่ 1 ครับตอนนี้ที่ผาหมอกลงหนักมาก เหมือนควันขาวครุ้งไปทั่ว ผมถอดเสื้อกันหนาวได้แปปนึง ก็ต้องรีบหยิบมาใส่อีกเเต่ที่ถ่ายนี่ของเพื่อน เเฮๆ
หลังจากที่กินอิ่มเเล้ว ผมก็เดินมาบริเวณหน้าผาหล่มสัก
ซึ่งเป็นจุดที่มีคนนิยมมาถ่ายรูปกับต้นสนต้นนี้ ในช่วงเวลาที่พระอาทิตย์ตก
#มุมคนถ่าย
#มุมคนโดนถ่าย
หมอกหายฟ้าเปิดนิดหน่อยโดยปกติเเล้วทุกคนจะมารวมตัวกันที่นี่เพื่อดูพระอาทิตย์ตก เเล้วค่อยเริ่มเดินทางกลับที่พักเเต่…จากการประเมินสถานการณ์เเล้ว ผมกับเพื่อนคิดว่า เราจะไม่อยู่ดูพระอาทิตย์ตกที่นี่เเน่ๆเพราะหมอกหนาขนาดนี้ อย่าหวังเลย 555 รีบเดินกลับให้ถึงเต้นก่อนจะดีกว่า
จักยานมีให้เช่า คันละ 300 บาทนะครับ

 รัก #เลย

18.30 น. ผมกลับมาอยู่เเถวร้านข้าว เฮ้ยรอบนี้ ผมกลับมาถึงเร็วมาก ปกติ รอบที่มากับเพื่อนมาถึงเต้นเกือบสามทุ่ม เดินทามกลางอากาศที่โคตรหนาว เเละมองขึ้นไปบนฟ้าเป็นครั้งคราวเพื่อดูดาวที่มีอยู่เต็มฟ้าเเต่…รอบนี้นะหราหมอกแบบจัดหนัก จัดเต็ม ทั้งกลางวัน กลางคืน ข้อดีคือกลางวันเดินไม่โดนเเดดไง สบายดี ไม่ดำด้วยเเล้วไว พระอาทิตย์ขึ้น พระอาทิตย์ตก ดวงดาว หายไปหมดเลย == ตัดภาพกลับมาที่ร้านข้าวดีกว่า ชั่งมัน หิวเเล้ว กินรัยดี สิ่งที่น่าจะอร่อยอีกอย่าง คือ หมูกระทะเว้ย หนาวๆ ใครๆก็มาสั่งเเต่หมูกระทะ ส่วนผมนะหรา เอาเเบบใกล้เคียงละกัน มาม่าต้มยำ 1 ครับพี่ 555

มีร้านโปสการ์ดด้วย นะคับ สามารถเขียนเเละส่งได้จากที่นี่เลย รูปสวยๆเยอะเลยละครับ สำหรับวันนี้ผมพาคุณเที่ยวเเค่นี้นะ ผมเมื่อยขาอะ ผมจะไปนอนละ คงหลับเป็นตาย พรุ้งนี้ต้องตื่นเเต่เช้า จัดของ เดินลงจากภูอีก

ภาระกิจในเช้าวันนี้คือ
1. ถ้าใครจะจ้างลูกหาบขนสัมภาระลง ต้องรีบเอาไปชั่ง บริเวณ จุด รับ-ส่ง สัมภาระ
2.นำชุดเครื่องนอนไปคืนให้เรียบร้อย
3.จัดการเรื่องความสะอาดบริเวณที่พัก

หลังจากนั้นก็รีบไปกินข้าว จะได้รีบเดินลงจากภูกัน ผมขอเเนะนำให้รีบเดินก่อนเเปดโมงเช้า เพราะถ้าออกหลังจากนั้น ระยะทาง จากลานกางเต้น ไปถึง หลังเเป เเดดจะส่องมาที่หน้าคุณเต็ม

ขาลุยทั้งนั้น ตอนเดินลงกลับจากภู ผมกับเพื่อนเดินไปเรื่อยๆครับ พักทุกซำ นอนหลับบ้างก็มีเพราะเราไม่รีบคับ วันนี้ขึ้นรถกลับ กทม. 1 ทุ่ม ที่ผานกเค้า ที่เดิม จุดเดิมตอนลงรถยังไงก็ไปทัน

เมื่อคุณลงมาถึงด้านล่าง เเล้ว คุณสามารถอาบน้ำได้ ที่ห้องน้ำที่อยู่ติดกับ อาคาร รับ-ส่ง สัมภาระเมื่อคุณต้องการที่จะไปขึ้นรถกลับ กทม. หรือ จะไปเที่ยวเชียงคานต่อ คุณสามารถไปต่อรถที่ผานกเค้า [ร้านเจ๊กิ้ม]ได้จะมีรถสองเเถวจอดให้บริการหน้าศุนย์บริการนักท่องเที่ยว คนละ 30 บาทเท่าเดิม เพิ่มเติมคือเมื่อยขา

หลังร้านเจ๊กิ้มครับ ดับอนาจกันทุกคน 555

ตอนนี้เวลา 1 ทุ่ม 20 นาที ผมขึ้นรถเรียบร้อยเเล้ว จากที่ผมมาเที่ยว 2 ครั้งเเล้ว พอจะสรุปได้ว่า ถ้าคุณชอบ ดูเเสงเช้า เเสงเย็น ชอบความหนาวมากๆ ชอบดูดวงดาว ชอบใบเมเปิ้ลสีเเดงเต็มพื้นให้มา ช่วงปีใหม่ ปลายธันวา ไปจนถึง กลางมกราถ้าคุณชอบ หมอกหนาๆ อากาศหนาวกลางๆ ชอบบรรยากาศความเขียว ให้คุณไปต้นเดือนธันว่า ครับผมถ้าคุณพอมีเวลา ถ้าคุณพอมีกำลัง อยากให้คุณได้มาลองที่นี่สักครั้ง กลับเเล้วครับ เจอกันทริปหน้า

สรุปค่าใช้จ่าย

– ค่ารถ หมอชิต – ผานกเค้า ไปกลับ 660 บาท
– ค่าเช้าพื้นที่กางเต้น 120 (2 คืน) / 2 คน = 60 บาท
– ค่าเข้าอุทยาน 40 บาท
– ค่ารถสองเเถว ผานกเค้า – อุทยาน ไปกลับ 60 บาท
– ค่าเครื่องนอน + ค่าเช้าเต้น สรุป คนละ 210 บาท
– ค่าน้ำดื่มเเกลลอนใหญ่ 180 /2 = 90 บาท
– ค่าจ้างลูกหาบขนของ 5 กก. 150 บาท [ขาลง แบกลงเอง]
– ค่ากินวันที่ 1 230 บาท
– ค่ากินวันที่ 2 250 บาท
– ค่ากินวันที่ 3 200 บาท

รวม 1950 บาท

กด like ติดตามเว็บไซต์ DooeeK.com
ที่มาของเนื้อหาและรูปภาพ
ขอบคุณภาพสวยๆและบทความจากเพจ การเดินทาง
Advertisement
แชร์เรื่องนี้ให้เพื่อน
Advertisement